ยิ้มถ้วนหน้าทั้งคนซื้อคนขาย หลังยอดขายกัญชาในสหรัฐฯพุ่ง

แม้ว่าในตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลให้ธุรกิจต่าง ๆ มีอันต้องสะดุดไป แต่ทว่าหลาย ๆ อุตสาหกรรมกำลังก้าวกระโดดและมีรายได้พุ่งสูงขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ แน่นอนว่ากัญชา ก็กำลังเป็นอีกธุรกิจที่กำลังเติบโตและทำกำไรได้ดีในสหรัฐฯ

ยอดขายไม่เล่น กัญชาในสหรัฐฯ ทำรายได้กว่า 1.75 หมื่นล้านเหรียญ


ก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2019 หลายคนคงจะได้ยินข่าวคาเฟ่กัญชาเปิดตัวใน LA โดยที่นี่ลูกค้าทุกคนสามารถสูบกัญชาได้แบบเสรี แต่ลูกค้าทุกคนจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปี นอกจากนี้ยังมีการ์ดและพนักงานในร้านคอยสำรวจปริมาณการเสพของลูกค้าด้วย เพราะหากลูกค้าเสพมากเกินไปก็จะเกิดอาการ ‘เมากัญชา’ หากเป็นเช่นนั้นลูกค้าจะไม่ถูกอนุญาติให้ขับรถ เพราะถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายนั่นเอง

มาในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมาความฮ็อตของใบไม้หลายแฉกก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ เพราะภาพรวมอุตสาหกรรมกัญชาในสหรัฐฯ มีมูลค่ามากถึง 17,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าเติบโตมากขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงปี 2019

ยอดขายไม่เล่น กัญชาในสหรัฐฯ ทำรายได้กว่า 1.75 หมื่นล้านเหรียญ
ยอดขายไม่เล่น กัญชาในสหรัฐฯ ทำรายได้กว่า 1.75 หมื่นล้านเหรียญ

อะไรเป็นเหตุผลทำให้กัญชาขายดีสูงสุดในประวัติศาสตร์ ?

ทุกคนรู้ดีว่าสหรัฐฯเป็นเมืองเสรี ถึงอย่างไรกฎหมายที่นั่นก็เข้มงวดและสุดแสนจะคฤโหดเหมือนกัน ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ในตอนนี้พอกัญชาเปิดขายได้แบบอย่างอิสระ คนจะพากันไปแห่ซื้อและทำให้รายได้ถล่มทลายขนาดนี้ ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ยอดขายกัญชาในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นสุดในประวัติศาสตร์ ประกอบไปด้วยเหตุผล 2 ประการ ได้แก่

จำนวนรัฐในสหรัฐฯ อนุญาตให้ขายกัญชาถูกกฎหมายมากขึ้น

ทุกวันนี้มีหลายรัฐในอเมริกาอนุญาตให้ผู้ค้าสามารถจำหน่ายกัญชาถูกกฎหมายทั้งหมด 15 รัฐ อนุญาตให้ใช้เพื่อความบันเทิง และอีก 35 รัฐอนุญาตให้ใช้แค่ทางแพทย์เท่านั้น แต่สำหรับตลาดที่เติบโตเต็มที่อย่าง   Colorado กัญชามีมูลค่าตลาดสูงถึง 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้น 36% และตลาดอย่าง Illinois ที่แต่เดิมใช้ทางประโยชน์ทางแพทย์ แล้วลองหันมาใช้เพื่อความบันเทิงก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 784 ล้านดอลลาร์ เช่นกัน

อัตราการบริโภคกัญชาเพิ่มขึ้น

เมื่อกัญชาเปิดแบบเสรี คนจึงไม่ต้องแอบครื้นเครงกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ โดยเรื่องนี้ บริษัทวิจัยในสหรัฐอเมริกา BDSA ได้ระบุว่า ผู้บริโภคอเมริกัน 30% เผยว่าซื้อสินค้ากัญชาได้บ่อยขึ้น อีก 25% บอกว่าใช้กัญชามากขึ้นเมื่อเทียบก่อนช่วงโควิด-19 ระบาด ผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 43% เคยใช้กัญชา จากเดิม 38% ใน Colorado ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ของสินค้ากลุ่มนี้ มีอัตราการใช้กัญชาถึง 48% นั่นหมายถึงเกือบครึ่ง ของผู้บริโภคอายุ 18 ปีขึ้นไปมีประสบการณ์กับกัญชา เทียบกับอัตราการบริโภคแอลกอฮอล์ซึ่งอยู่ที่ 60% นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมยอดขายของกัญชาถึงได้พุ่งกระฉูดขนาดนี้

อะไรเป็นเหตุผลทำให้กัญชาขายดีสูงสุดในประวัติศาสตร์ ?
อะไรเป็นเหตุผลทำให้กัญชาขายดีสูงสุดในประวัติศาสตร์ ?

นอกจากนี้ก็ยังมีเสียงร้องเรียนว่าการเปิดเสรีกัญชาจะทำให้เด็กหันไปเสพกันมากขึ้นหรือไม่? ซึ่งเรื่องนี้ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอนแทนาสเตต (MSU) ได้ตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ JAMA Paediatrics ที่ได้ระบุว่า ผลการสำรวจข้อมูลและพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาทั่วประเทศกว่า 1.4 ล้านคน ชี้ว่าวัยรุ่นอเมริกันใช้กัญชาลดลงเกือบ 10% จากผลการศึกษาในครั้งนี้จึงช่วยบรรเทาความกังวลของหลายฝ่าย ว่าการเปิดเสรีกัญชาจะทำให้วัยรุ่นเสพกันมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะในปัจจุบันสหรัฐห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเสพกัญชาอยู่ แม้ว่าจะมีบางรัฐที่เปิดเสรีกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์หรือให้คนที่บรรลุนิติภาะใช้เพื่อนันทนาการแล้วก็ตาม

สำหรับในประเทศไทยเปิดเสรีกัญชาด้วยเช่นกัน ดังเห็นได้จากการโพสต์ขายตามสื่อต่าง ๆ นั่งขายข้างทาง หรือแม้แต่เมนูเครื่องดื่ม อาหาร ก็มีส่วนผสมของกัญชาลงไปให้คนได้ลิ้มลองกันด้วย แต่ทั้งนี้กัญชาก็มีข้อห้ามและขีดจำกัดบางอย่างในการใช้เพื่อความปลอดภัย ซึ่งสำหรับทางการแพทย์ก็เห็นว่ากำลังจะมีข่าวดีนำ น้ำมันกัญชาเข้าระบบประกันสุขภาพแห่งชาติด้วยเช่นกัน แต่ในอนาคตคงต้องรอชมกันอีกที

Leave a Reply

Your email address will not be published.